เลือกคลีนซิ่งลดสิวอย่างไร ให้เหมาะกับสภาพผิว

เลือกคลีนซิ่งลดสิวอย่างไร ให้เหมาะกับสภาพผิว

แค่ล้างหน้าอย่างเดียวอาจทำความสะอาดผิวไม่เพียงพอ การเพิ่มขั้นตอนทำความสะอาดผิวอย่างการใช้ ”คลีนซิ่ง” เพื่อทำความสะอาดผิวได้ล้ำลึกขึ้นจนกลายเป็นที่นิยมของหลายๆ คน

วันนี้ Plantnery จะพาทุกคนมาดูสาเหตุว่าทำไมขั้นตอนการใช้คลีนซิ่งถึงสำคัญ พร้อมแนะนำประเภทของคลีนซิ่งต่างๆ ว่าใช้อย่างไรและเหมาะกับสภาพผิวแบบไหน และขอกระซิบอีกนิดว่าใครที่มีปัญหาสิว ผิวมัน และผิวแพ้ง่ายต้องห้ามพลาดคลีนซิ่งลดสิวสูตรขายดีอันดับหนึ่งที่เราเอามาฝากกัน

ทำไมขึ้นตอน “คลีนซิ่ง” ถึงสำคัญ

การใช้คลีนซิ่ง (Cleansing) ในการทำความสะอาดผิวหน้าถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากการทำความสะอาดทั่วไปไม่สามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก เช่น ฝุ่นที่มีขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่สามารถเข้าไปทำลายเซลล์ผิวหนัง ทำให้เซลล์ผิวหนังเสื่อมสภาพ และเกิดการอุดตันในรูขุมขน เป็นสาเหตุของการเกิดสิว ครีมกันแดดที่เกาะผิวและทำให้อุดตันผิวได้ ตลอดจนเครื่องสำอางที่อยู่บนผิวและรูขุมขน ซึ่งบางชนิดนั้นไม่สามารถล้างออกได้โดยน้ำเปล่าหรือโฟมล้างหน้า ฯลฯ ดังนั้นการใช้คลีนซิ่งในการเช็ดทำความสะอาดฝุ่น ครีมกันแดด หรือเครื่องสำอางออกจะช่วยให้มั่นใจว่าทำความสะอาดได้หมดจด ไม่มีการสะสมของสิ่งสกปรกในรูขุมขนที่เป็นสาเหตุให้เกิดสิวได้

ประเภทของคลีนซิ่ง

คลีนซิ่งนั้นมีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน โดยแต่ละแบบก็จะมีวิธีการใช้ต่างกัน ทาง Plantnery จะมาอธิบายลักษณะเนื้อคลีนซิ่งชนิดต่างๆ ให้ดูกัน ดังนี้

  • คลีนซิ่งเนื้อน้ำ (Water) จะมีเนื้อใส คล้ายน้ำเปล่า ทาลงผิวแล้ว จะไม่รู้สึกเหนอะไม่ทิ้งความมัน และความเหนียวที่ผิว เพราะส่วนมากจะเป็น Oil-Free คือไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน สามารถล้างเครื่องสำอางเฉพาะจุดได้ดี มีความอ่อนโยนอย่างมาก แต่อาจล้างเครื่องสำอางหรือครีมกันแดดที่กันน้ำได้ไม่หมดจด โดยจะใช้การเทคลีนซิ่งลงบนสำลีจากนั้นจึงเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าและลำคอเพื่อให้คลีนซิ่งทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก
  • คลีนซิ่งแบบแผ่นหรือทิชชู่ (Wipe) มีลักษณะเหมือนทิชชูเปียก ที่แผ่นจะมีการใส่คลีนซิ่งไว้ให้พร้อมใช้งาน ไม่เหนียวเหนอะหนะ วิธีการใช้เหมือนกับคลีนซิ่งแบบน้ำ คือหยิบออกมาแล้วเช็ดทำความสะอาดผิวได้ทันที เหมาะกับการพกพาเวลาไปเที่ยวและการทำความสะอาดทั่วไป
  • คลีนซิ่งเนื้อนม (Milk) จะมีเนื้อเหลวเหมือนโลชั่น ช่วยมอบความชุ่มชื้นให้กับผิว บางยี่ห้อจะมีการใส่สารบำรุงเข้าไปในตัวด้วย โดยวิธีการทำความสะอาดจะใช้การหยดคลีนซิ่งลงบนฝ่ามือแล้วนวดลงบนผิวให้ทั่วหน้า จากนั้นจึงใช้สำลีชุบน้ำเช็ดออกจนไม่เหลือคลีนซิ่งแล้วจึงใช้คลีนเซอร์ทำความสะอาดต่อ
  • คลีนซิ่งเจล (Gel) มีลักษณะหลากหลาย มีทั้งเนื้อใส-ขุ่น ไม่มีความเหนียว ไม่มีฟอง มีการใส่สารบำรุงผิวเอาไว้ บางยี่ห้ออาจใส่ส่วนผสมของน้ำมัน ใช้แล้วไม่แห้งตึงผิว
  • คลีนซิ่งออยล์ (Oil) เนื้อมีความหนืดๆ มันๆ สีเหลืองใส บางยี่ห้อเมื่อโดนน้ำแล้วจะเปลี่ยนเป็นน้ำนมหรือน้ำ เหมาะกับการทำความสะอาดกับเครื่องสำอางหรือครีมกันแดดที่กันน้ำ รวมถึงใช้แทน Eyes & Lips Remover ได้ โดยใช้การเทลงมือแล้วนวดเบาๆ ทั่วใบหน้า จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  • คลีนซิ่งบาล์ม (Balm) เนื้อมีลักษณะคล้ายเชอร์เบท จะคล้ายกับคลีนซิ่งครีมแต่จะหนืดกว่า เหมาะกับการใช้ทำความสะอาดเครื่องสำอางที่กันน้ำ เพราะสามารถละลายเครื่องสำอางได้ดี โดยตักคลีนซิ่งบาล์มขึ้นมา นวดลงบนใบหน้าจนเครื่องสำอางหลุดออก แล้วล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า อย่างไรก็ตาม คลีนซิ่งเนื้อบาล์มบางยี่ห้ออาจใส่เม็ดสครับเข้าไปด้วย
  • คลีนซิ่งครีม (Cream) เนื้อมีความหนาเข้มข้นมีการใส่สารบำรุงเข้ามา ซึ่งสามารถทำความสะอาดได้ดีมาก แต่อาจจะทิ้งความมันบนผิวได้ โดยปาดเนื้อครีมลงบนใบหน้าแล้วนวดลงใบหน้า จากนั้นเช็ดออกด้วยสำลี

เลือกคลีนซิ่งลดสิวอย่างไร ให้เหมาะกับสภาพผิว

เลือกคลีนซิ่งลดสิวอย่างไร ให้เหมาะกับสภาพผิว

จากที่ได้อธิบายไป จะเห็นได้ว่าประเภทของคลีนซิ่งมีมากถึง 7 ชนิด โดยแต่ละชนิดจะเหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่างกันดังนี้

  • ผิวธรรมดา 

ผิวที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องความมันหรือผิวไม่ชุ่มชื้น เป็นสภาพผิวที่มีความสมดุล สุขภาพดี เหมาะกับการเลือกคลีนซิ่งที่อ่อนโยนและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างคลีนซิ่งออยล์และคลีนซิ่งบาล์มในวันที่มีการแต่งหน้าจัดหรือใช้เครื่องสำอางที่กันน้ำ  และในวันปกติควรใช้คลีนซิ่งเจลและคลีนซิ่งครีมในการทำความสะอาดผิว

  • ผิวมีปัญหาสิว

ปัญหาสิวนั้นเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ทั้งผิวที่อุดตัน ฮอร์โมน ความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ จนทำให้ผิวเกิดเสียสมดุล ดังนั้นเวลาเลือกคลีนซิ่งควรเลือกสูตรปราศจากน้ำมัน ไม่ระคายเคืองกับผิวอย่างคลีนซิ่งสิว สูตรน้ำ เพื่อลดการอุดตันพร้อมมีสารบำรุงที่ช่วยยับยั้งการเกิดสิวได้อย่างตรงจุด

  • ผิวแพ้ง่าย

เกิดขึ้นจากการที่ผิวสูญเสียเกราะป้องกันผิวและเสียสมดุล จึงทำให้ผิวแพ้ง่ายและระคายเคือง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสภาพผิว เหมาะกับคลีนซิ่งที่มีความอ่อนโยนอย่างคลีนซิ่ง ผิวแพ้ง่าย และคลีนซิ่งน้ำ

  • ผิวแห้ง

ผิวจะมีความแห้ง เป็นขุย มีความบอบบาง มีริ้วรอยเกิดขึ้นได้ง่าย เนื่องจากขาดกรดไขมันในการรักษาความชุ่มชื้นและเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวแพ้ง่าย ซึ่งควรเลือกคลีนซิ่งที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น มีการใส่สารบำรุงผิวไปอย่างคลีนซิ่งน้ำนม คลีนซิ่งครีม และคลีนซิ่งบาล์ม

  • ผิวมัน – ผิวผสม

ผิวจะมีความมันวาวทั่วทั้งใบหน้าหรือแค่บริเวณ T-Zone เนื่องจากต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาในปริมาณมาก ซึ่งจะทำให้เกิดการอุดตันผิวได้ง่าย บางคนอาจมีปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้างและสิว ดังนั้นคลีนซิ่งที่ควรเลือกใช้คือจะต้องไม่ทิ้งความมันไว้ อย่างคลีนซิ่งน้ำ คลีนซิ่งเจล คลีนซิ่งแบบแผ่น และคลีนซิ่งลดสิวที่จะช่วยลดความมัน

จากทั้ง 5 สภาพผิวที่ได้แนะนำไปจะเห็นได้ว่าการเลือกคลีนซิ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเลือกไม่เหมาะสมอาจทำให้ปัญหาผิวทวีคูณขึ้นได้ สำหรับใครที่ต้องการคลีนซิ่งลดสิว ผิวแพ้ง่าย และผิวมัน ขอแนะนำ Plantnery Tea Tree First Cleansing Water เป็นที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมความมัน ลดสิว ช่วยกระชับรูขุมขนและเพิ่มความชุ่มชื้น โดยใช้เป็นอันดับแรกในการทำความสะอาดผิว ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่

แพลนท์เนอรี่ ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ตรวจสอบและทำความเข้าใจ นโยบายคุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว หากคุณไม่ปฏิเสธและดำเนินการต่อโดยการคลิกปุ่ม

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า